แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น แสดงบทความทั้งหมด

บทความ “กว่าจะเป็น WC” ตอนที่ 1 ผสมผสานสื่อความหมายถึงการยังชีพถาวรเป็นโลโก้บริษัท

 หากผู้อ่านอยากอ่านทราบที่มาของโลโก้ WC แบบทางการกระชับ สามารถอ่านขได้ใน “ความเป็นมาของบริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด” แต่ถ้าอยากทราบถึงรายละเอียดลึกๆ จริงๆ ต้องตามอ่านบทความชุด “กว่าจะเป็น WC” ตอนที่ 1 นี้ แทนครับ เพราะจะยาวสักนิด หวังว่าผู้อ่าน อ่านเสร็จแล้ว อาจจะนำไปปรับใช้กับการเปิดบริษัทใหม่ของท่านได้ครับ

 

คงต้องเริ่มย้อนไปไกล ไกลแค่ 23 ปีก็พอครับ เมื่อผมได้กลายร่างเป็นยอดมนุษย์ เรียบร้อยแล้ว ยอดมนุษย์ในคำเปรียบของผมก็คือ “คนพิการทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร” นั่นเอง คือ ไม่ใช่พิการธรรมดา ต้องทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ตามที่แพทย์ประกันสังคม มีความจำเป็นต้องระบุคำจำกัดความตามนี้เป๊ะๆ ก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวผมเอง ให้สามารถเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายชได้เต็ม 100% นั่นจึงทำให้ผมยชังคงได้เงินยังชีพเดือนละ 7,500 บาท ทุกเดือนมาตลอด 23 ปี ซึ่งก็ไม่เพียงพอต่อการดูแลรักษาสุขภาพด้านความพิการรุนแรงของผม แต่สามารถผ่อนหนักให้เบาลงได้ รายละเอียดเกี่ยวกับความพิการรุนแรงของผมสามารถหาอ่านในอินเตอร์เน็ต ค้นใน Google เพื่อนำความรู้ไว้ทราบและนำไปใช้กรณีที่ครอบครัวใดมีสมาชิกในครอบครัวต้องกลายเป็นคนพิการรุนแรงแบบผม

 

เมื่อผมกลายเป็นยอดมนุษย์เรียบร้อยแล้วนั้น มันเป็นเรื่องจริงนะครับ ไม่ได้เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมาให้เหมือนดูปลอบใจตัวเอง ผมรับรู้ได้เลยว่า ทุกๆ เรื่องรอบตัว มันเร็วขึ้น ผมมีเวลามากขึ้น ผมคิดมากขึ้น คิดเรื่องงานมากขึ้น ตัดหลายเรื่องในชีวิตออกไปมากขึ้น สถานการณ์ทำให้ปรับแต่งจนผมต้องมีเส้นทาง เพื่อเดินทางไปยังเป้าหมายที่อาจจะถูกวางไว้ ให้ถึงตามที่ถูกกำหนดจากอะไรสักอย่าง หรือจากใครสักคน แน่นอนว่า เส้นทางนี้ไม่ได้เรียบง่าย อุปสรรคมีมากมาย เพราะผมทราบดีว่า ความสำเร็จข้างหน้านั้น ยิ่งใหญ่และมีความหมายมากมายขนาดไหน อุปสรรคย่อมมีมากมายชตามเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน ชีวิตของครอบครัวคนพิการในประเทศไทยจะถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และประเทศไทยจะเป็นต้นแบบของอีกหลายประเทศ ย่อหน้านี้สำหรับผม คือ จุดเริ่มต้นของ ที่มาของ WC หรือ บริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด อย่างแท้จริง

 

อยากให้ตามอ่านไปเรื่อยๆ นะครับ โดยเฉพาะครอบครัวคนพิการ แล้วผู้อ่านจะทราบถึง ความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคนที่ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท WC ขึ้นขมา ด้วยจำนวนผู้ถือหุ้น 29 ท่าน และเราจะทำให้ครอบครัวคนพิการทั่วประเทศไทย ได้เป็นที่พึ่ง ตื่นตัว ตื่นรู้ และพร้อมจะเดินทางร่วมเส้นทางกับเรา ในนาม บริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด และมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ซึ่งจะเป็น 2 องค์กรหลัก ที่จะเป็นชุดเกราะกำบังภัยให้กับครอบครัวคนพิการไทยได้เดินหน้าอย่างภาคภูมิ และหลุดพ้นความยากจนไปด้วยกัน

 

ในบทความนี้ ผมขอกระโดดข้ามไปยังช่วงการจะตั้งบริษัท WC ซึ่งแน่นอนว่า เราต้องมีชื่อ และโลโก้ ที่ยอดเยี่ยม ชื่อต้องจดจำง่าย ชื่อต้องสามารถไประดับนานาชาติได้ โลโก้ต้องมีอัตลักษณ์ ต้องสื่อความหมายที่สร้างการรับรู้ในวงกว้างได้ง่าย จดจำง่าย แน่นอนวล่า ต้องมีความสมมาตร สมดุล และไประดับนานาชาติได้ หรือเราอาจจะเรียกว่า มีความเป็นสากล สุดท้าย วรจะถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ด้วย ดูๆ แล้ว ก็ไม่ง่ายนะครับ ถ้าต้องตั้งชื่อ และออกแบบโลโก้ ให้ได้ตามที่ผมได้กล่าวอ้างมาทั้งหมด แต่ทุกท่านเชื่อไหมครับ ว่าสมองคนเรานั้นสุดยอดมาก สามารถนำทุกสิ่งทุกอยช่างในชีวิตมารวมกันได้ แต่เราต้องมีสติ สติจะนำพาปัญญามาให้เราครับ

 


ภรรยาผมเคยนำเหรียญสตางค์ไทย มาให้ผมดู ผมตื่นเต้นมาก เพราะเคยเห็นแต่ในรูปภาพ พอได้จับเหรียญสตางค์ของจริง ปลื้มมาก และภูมิใจแทนคนไทยทุกคนที่บรรพบุรุษของเราได้สร้างสกุลเงินไทย ที่มีหน่วยเล็กที่สุดคือ 1 สตางค์ เอาไว้ 100 สตางค์ มีค่าเท่ากับ 1 บาท สำหรับผมแล้วหน่วยสตางค์ นั้นมีคุณค่ามาก อยากให้ผู้อ่านได้ทราบว่า แม้แต่ในตลาดหุ้น ยังมีหุ้นที่มีมูลค่า 1 สตางค์ แสดงให้เห็นว่า หน่วยสตางค์นั้น ทุกวันนี้ ประเทศไทยเรายังคงใช้อยู่ และยังคงใช้ไปอีกนานแสนนาน เพราะว่า เรายังคงต้องให้ความสำคัญกับหน่วยย่อยในสกุลเงินบาทต่อไป ดังนั้น ภาพจำที่เป็น เหรียญสตางค์ นั้นฝังไว้ในความทรงจำของผมไม่ลืม

 


ผมนำภาพจำของเหรียญสตางค์ไทย มาใช้กับโลโก้ของบริษัทใหม่ทันที เพราะเหรียญสตางค์ก็คือ เงิน และเงิน ก็คือตัวแทนของการมีรายได้ หากมนุษย์เรามีงานทำ ก็จะมีรายได้ ครอบครัวคนพิการก็เช่นกัน ต้องมีงาน มีอาชีพทำ ต้องมีรายได้ ต้องพึ่งพาตนเองได้ ต้องไม่เป็นภาระกับใคร กับในครอบครัว และกับสังคม แน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมาย พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตั้งแต่ปี 2550 นับเป็นการเปลี่ยนผ่านจากกฎหมายเดิมที่มุ่งเน้นการสงเคราะห์คนพิการ แต่กฎหมายใหม่ฉบับนี้ มุ่งเน้นการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย ทำให้คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ เข้าถึงสิทธิมากมาย ซึ่งผมคงไม่นำมาสาธยายในบทความนี้ (สามารถค้นหาในอินเตอร์เน็ตได้มากมาย) ดังนั้น การออกแบบโลโก้ และชื่อบริษัท เราควรกำหนดเป็น คำสำคัญ (Key Word) ขึ้นมาก่อน เราจึงได้คำสำคัญว่า “เหรียญสตางค์”, “การมีรายได้”, “การมีงานทำ”, “การทำงานได้” เป็นต้น ขึ้นมา อีกคำที่สำคัญมากๆ คือ “คนพิการ 7 ประเภท”

 


จากภาพการออกแบบที่เห็นนะครับ สามารถเข้าอ่านในหัวข้อ “ความเป็นมา” ได้ครับ และผมขอขยายความต่อ ในมุมมองของครอบครัวคนพิการ ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบมาโดยตลอด แม้ว่าจะมีกฎหมายสิทธิมนุษยชนฉบับใหม่ล่าสุดแล้วก็ตาม กลับกลายเป็นว่า คนพิการและครอบครัวควรได้ประโยชน์จากสิทธิตามกฎหมาย โดยผ่านโครงสร้างองค์กรสาธารณประโยชน์ เช่น สมาคมเพื่อคนพิการ มูลนิธิเพื่อคนพิการ ที่ได้รับงบประมาณจากภาครัฐทุกปี บางองค์กรจหลักจะได้รับงบประมาณ๗ถึงปีละ 30 ล้านบาท ต่อสมาคม อีกทั้งยังมีงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวลิตคนพิการ กว่า 600 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้แต่ละองค์กร เขียนโครงการนำงบประมาณไปช่วยเหลือคนพิการ และยังมีงบประมาณจากอีกหลายช่องทาง หลายกองทุน หลายงบประมาณประจำปี หลายกระทรวง รวมแล้วกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี แต่สถานการณ์จริง งบประมาณเหล่านี้กลับถึงมือคนพิการในจำนวนน้อยมาก ความหมายคือ ขึ้นกับว่า ใครเป็นคนของใคร มีคนพิการเพียง 10% เท่านั้น ที่เข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย อีกกว่า 90% ไม่ทราบ ไม่รู้ ผมคิดว่า คนพิการส่วนใหญ่ ไม่รู้จักสมาคมเพื่อคนพิการ ที่มีกระจายตัวกว่า 900 องค์กร ทั่วประเทศ เสียด้วยซ้ำ สำคัญที่สุดคือหน่วยงานรัฐไม่ได้ใช้ความพยายามในการแก้ปัญหานี้

 

เราจึงได้ริเริ่มการจัดตั้ง บริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ขึ้นมา ด้วยจำนวนผู้ถือหุ้น 29 ท่าน และส่วนใหญ่เป็นครอบครัวคนพิการ เพื่อจะช่วยกันเป็นตัวอย่างขีดเส้นทางเดินใหม่ให้กับครอบครัวคนพิการในประเทศไทย โดยร่วมมือกับมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ส่งเสริมอาชีพให้กับครอบครัวคนพิการอย่างยั่งยืนแบบองค์รวม ผ่านโครงการต่างๆ มากมาย สามารถติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์บริษัท เพจบริษัท


ด้วยความนับถือ
นายปรีดา ลิ้มนนทกุล
คนพิการมืออาชีพ
กรรมการ บริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด
กรรมการ มูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ
086-314-7866 (LINE)
2567-06-19







บทความ “กว่าจะเป็น WC” ตอนที่ 4 “จัดตั้งมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการแล้ว ทำไมต้องจัดตั้งบบริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด”

บทความตอนนี้เป็นอีกบทความที่มีความสำคัญมาก เพราะเราอยากถ่ายทอดมุมมองหลายๆ มุมมอง เช่น ในด้านของสังคม ด้านกฎหมาย ด้านการบริหารจัดการ หรืออาจจะด้านอื่นๆ ขึ้นกับผู้อ่านจะเข้าใจในมุมมองนั้น หรือมีองค์ความรู้อยู่ นะครับ

ผมขอเล่าย้อนไปถึง 5 ปีก่อน ปี พ.ศ.2563 ก่อนที่เราจะตั้งมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ เรายังเป็นเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ เราปกป้องครอบครัวคนพิการที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เราร้องเรียน เราต่อสู้เพื่อครอบครัวคนพิการ เราพบว่าครอบครัวคนพิการส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องการดำรงชีพ ความยากจน การหาเช้ากินค่ำ การด้อยโอกาส ขาดความรู้การศึกษา และโอกาสต่างๆ ในสังคม โดยเฉพาะความไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้สิทธิของตนเอง สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ยังคงฝังลึกในสังคมไทย โดยมีองค์กรเพื่อคนพิการ และกลุ่มข้าราชการที่ร่วมกันทุจริตคอร์รัปชั่น-ประพฤติมิชอบ เป็นผู้ร่วมกันทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำยังคงมีอยู่อย่างแข็งแรง

ลำพังการต่อสู้นั้น ฝ่ายที่ถืออำนาจและโอกาสในมือ ยังคงเสวยสุขร่ำรวยบนพื้นฐานสิทธิต่างของคนพิการ อย่างน่าตกใจ ย่อมมีกำลังเหนือกว่า เรามีความยากลำบากในการต่อสู้ แต่ความหวังความศรัทธา ยังไม่จางหายไปจากหัวใจของเรา เส้นทางเล็กๆ ที่เราเดินทางร่วมกับครอบครัวคนพิการจำนวนไม่มาก กับสถานประกอบการบางแห่งจำนวนน้อยนิดหากเปรียบเทียบกับจำนวนกว่า 14,000 แห่ง การต่อสู้ที่ปกปิดซ่อนเร้น กับการพัฒนากระบวนการต่างๆ ที่เราเรียกว่า นวัตกรรม เป็น “นวัตกรรมทางกระบวนการ” อย่างแท้จริง เพราะเป็นกระบวนการที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย และอาจจะเป็นแห่งแรกของโลก เราต้องขอบคุณทุกสถานประกอบการทุกแห่งในอดีตจนถึงปัจจุบันที่ทำให้ นวัตกรรมทางกระบวนการต่างๆ ประสบความสำเร็จ เป็นโมเดล ต่างๆ หลายโมเดล และเราต้องการเผยแพร่โมเดล เหล่านี้

เมื่อเรามี นวัตกรรมกระบวนการต่างๆ หรือโมเดลต่างๆ ในมือแล้ว เราต้องนำส่งประกวดรางวัลต่างประเทศด้วย เมื่อได้รับรางวัลต่างประเทศ หรือรางวัลนานาชาติแล้ว เมื่อได้รับการยอมรับแล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องรางวัลในประเทศ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทยอยติดต่อเข้ามาเอง เพราะเราคิดค้น และลงมือปฏิบัติ ตลอดเวลา บนพื้นฐานความถูกต้อง ถูกกฎหมาย มีความเมตตา เห็นอกเห็นใจอย่างจริงใจ กับครอบครัวคนพิการ อย่างเต็มหัวใจ 

 


การดำเนินการต่างๆ ที่ไม่มีเรื่องผลตอบแทน ทำด้วยจิตอาสา ทั้งหมด เราดำเนินงานภายใต้ชื่อ “มูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ” ซึ่งเราวางแผนในระยะยาวในการช่วยเหลือคนพิการทุกรูปแบบ หลายด้าน หลายเรื่อง กับทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง สิทธิต่างๆ นั้น เราพยายามทำให้ครอบครัวคนพิการเข้าถึงสิทธิโดยชอบธรรม แน่นอนว่า กรณีที่ต้องประสานงานกับสถานประกอบการตามกฎหมายจ้างงานคนพิการนั้น จะมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง การออกใบเสร็จรับเงินจากมูลนิธิ จะยกเว้นเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะไม่ใช่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ มูลนิธิเป็นเพียงผู้รับเงินไปดำเนินการแทน

 


จากนั้นเรายังพบอีกว่า เราสามารถช่วยเหลือครอบครัวคนพิการได้มากขึ้นอีก ตามแนวคิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวคนพิการ ให้ไปอยู่ในระดับที่มากกว่าการพึ่งพาตนเอง โดยมีมุมมองว่า ครอบครัวคนพิการสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ เช่น ครอบครัวชนชั้นกลางขึ้นไปในสังคมไทย เราจึงก่อตั้ง “บริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด” (บริษัท WC) ขึ้นมาโดยมีผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นครอบครัวคนพิการ และมีผู้สนับสนุนเข้ามามีส่วนร่วมในด้านงานบริหารจัดการ ซึ่งบริษัท WC แห่งนี้ จะนำพาครอบครัวคนพิการในประเทศไทย ที่จะทยอยเข้าร่วมอุดมการณ์กับเรา ไปสู่การเป็นเจ้าของกิจการในอนาคตอันใกล้นี้ ตามแผนงาน 8 ปี มุ่งสู่บริษัทมหาชน พร้อมๆ กับการก่อตั้งบริษัทแห่งใหม่ เป็นบริษัทที่ 2 ที่จะเปิดโอกาสให้ครอบครัวคนพิการทั่วประเทศที่ได้ใช้สิทธิการส่งเสริมอาชีพอิสระ เข้าร่วมกันเป็นผู้ถือหุ้นทุกปี 

 


ดังนั้น การเดินหน้าช่วยเหลือ-คุ้มครอง-ปกป้อง ทุกๆ สิทธิที่เป็นประโยชน์กับครอบครัวคนพิการ ต้องขับเคลื่อนพร้อมๆ กันในนาม มูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ และบริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงจะทำให้สังคมไทยเห็นความจริง การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง ผลงานต่างๆ จะลดการทุจริตลง ทีละเล็กละน้อย กลุ่มทุจริตจะถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ เราจะกระชากหน้ากากกลุ่มทุจริต ด้วยผลงานประจักษ์สู่สายตาคนทั้งประเทศและทั่วโลกแทน

บทความนี้เป็นการประกาศความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา เราได้เริ่มแล้ว และเราขอให้ครอบครัวคนพิการที่ไม่รู้ และอยากรู้ ที่เคยถูกเอารัดเอาเปรียบจากสมาคมคนพิการ หรือแม้แต่ครอบครัวคนพิการที่เคยมีส่วนร่วมในการทุจริต เราคิดเสมอว่า พวกท่านไม่มีทางเลือกกับอำนาจเก่า แต่วันนี้มีเราเป็นทางออก ที่ชัดเจนในเรื่องความถูกต้อง และจะนำพาครอบครัวคนพิการ ก้าวหน้าสู่การมีอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน จนพัฒนาถึงขีดสุดในการเป็นเจ้าของกิจการร่วมกันครับ

 

ด้วยความนับถือ
นายปรีดา ลิ้มนนทกุล
คนพิการมืออาชีพ
กรรมการ บริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด
กรรมการ มูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ
086-314-7866 (LINE)

2567-06-22


การอบรมให้กับสถานประกอบการ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 หลักสูตร “นวัตกรรมกระบวนการจ้างงานคนพิการอย่างยั่งยืนแบบองค์รวมสำหรับสถานประกอบการ” วันที่ 12 ก.ค.67

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ทางมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ และบริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ร่วมกันจัดงานอบรมหลักสูตร “นวัตกรรมกระบวนการจ้างงานคนพิการอย่างยั่งยืนแบบองค์รวมสำหรับสถานประกอบการ” ครั้งที่ 1 ปี 2567 ซึ่งเป็นการอบรมเพื่อยกระดับฝีมือแรงงาน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 ให้กับสถานประกอบการ ซึ่งจัดขึ้นที่ โรงแรมปริ้นซ์ตั้นพาร์คสวีท (ดินแดง) ถนนมิตรไมตรี กรุงเทพฯ 

 

การอบรม บรรยายที่ห้องวิภาวดี














ก่อนเริ่มงานอบรม และการกล่าวเปิดงาน มีการแนะนำตัวของวิทยากรและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานอบรมครั้งนี้ อาทิเช่น นายศุภลักษณ์ เสนามพรหม (วิทยากร), พลเอกจิรศักดิ์ บุตรเนียร (รอง ปธ.มปพ.), พลเอกสุรใจ จิตต์แจ้ง, พลเอกสุรชาติ จิตต์แจ้ง, นายอำนาจ ศรีสมบัติ และนางสาวอลิณฌา สมวงศ์ เป็นต้น

 








ต่อมานางสาวชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล ได้กล่าวนำเพื่อเรียนเชิญประธานกล่าวเปิดงานอบรม ดังนี้: “เรียนท่านประธาน ท่านวิทยากร ท่านผู้บริหาร ผู้แทนจากสถานประกอบการ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน น้องๆ นักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน”

 



“ดิฉัน นางสาวชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล กรรมการบริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น และมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ซึ่งทั้ง 2 องค์กร ได้ร่วมมือกันจัดงานอบรม หลักสูตร “นวัตกรรมกระบวนการจ้างงานคนพิการอย่างยั่งยืนแบบองค์รวมสำหรับสถานประกอบการ” ประจำปี 2567 ซึ่งเราจะมีการจัดการอบรมขึ้นในปีนี้ ทั้งหมด 8 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 1 เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของครอบครัวคนพิการในประเทศไทย แน่นอนว่าต้องมีวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถมาให้ความรู้กับทุกท่าน ดังนี้

·      นายศุภลักษ์ เสนาพรหม (ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมความเสมอภาคและงานคดี)

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

·      ดร.ณคัชรินทร์ วชิรวงศ์ภิญโญ (หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีชั้นสูง)

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน

·      นายปรีดา ลิ้มนนทกุล (กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ และบริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด) รางวัลบุคคล อโชก้า เฟลโลว์ ประจำปี 2557 นักกิจการเพื่อสังคมการพัฒนาศักยภาพคนพิการ)

 

บัดนี้ได้เวลาแล้ว เรียนเชิญท่านประธาน พลเอกจิรศักดิ์ บุตรเนียร รองประธานมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ  ให้เกียรติเป็นประธาน กล่าวเปิดการอบรม หลักสูตร “นวัตกรรมกระบวนการจ้างงานคนพิการอย่างยั่งยืนแบบองค์รวมสำหรับสถานประกอบการ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ในครั้งนี้ ค่ะ”

 




ท่านประธานในวันอบรม กล่าว “กระผม พลเอกจิรศักดิ์ บุตรเนียร รองประธานมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการกล่าวเปิดงานอบรมในครั้งนี้ ปัจจุบันเราทราบกันโดยทั่วถึงแล้วว่า ประเทศไทยได้ร่วมลงนามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติ ทำให้มีพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในปี พ.ศ.2550 ซึ่งถือได้ว่าเป็นกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับคนพิการ ที่มีสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมายสำหรับคนพิการ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ผู้ดูแลคนพิการ ผู้ช่วยคนพิการ เป็นต้น อีกทั้งยังมีระเบียบเพื่อให้หลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ ตัวอย่างเช่น กฎหมายจ้างงานคนพิการ ที่ได้กำหนดให้สถานประกอบการที่มีพนักงาน ลูกจ้าง ถึง 100 คน ต้องจ้างคนพิการ 1 คน หรือร้อยละ 1”

 

“ซึ่งระเบียบดังกล่าวได้มีการบังคับใช้เมื่อ พ.ศ.2554 กว่า 14 ปี ยังพบว่าการจ้างงานคนพิการเข้าทำงานในสถานประกอบการนั้น ยังไม่สามารถปฏิบัติได้ครบถ้วน รวมถึงหน่วยงานราชการก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ครบถ้วนเช่นกัน ทำให้มีการสมทบเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นจำนวนมาก จนปรากฏต้องส่งเงินคืนคลัง ทำให้เกิดประโยชน์กับคนพิการไม่ทั่วถึงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย”

 

“ตลอดมาตั้งแต่ปี 2551 ผู้บริหาร กรรมการ ของมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ได้มีการริเริ่มนวัตกรรมกระบวนการต่างๆ ขึ้นมา เรียกสั้นๆ ว่า โมเดล เพื่อง่ายต่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ อาทิเช่น เซ็นทรัลโมเดล ออมสินโมเดล ไอซีทีโมเดล มาม่าโมเดล เป็นต้น โดยพัฒนากระบวนการตามความต้องการของสถานประกอบการ จนมีความสำเร็จ สามารถช่วยเหลือครอบครัวคนพิการได้ถูกต้องตามระเบียบ ถูกใจสถานประกอบการ จนได้รับรางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้นแบบให้กับสถานประกอบการอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งกระบวนการก็ยังสอดคล้องการแนวทางเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของสหประชาชาติ หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) ทำให้หลายบริษัทสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเป็นระบบ”

 

“การจัดการอบรมในครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์จะเผยแพร่โมเดลต่างๆ เพื่อให้สถานประกอบการนำไปปรับใช้ หรือมีความร่วมมือกับมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ บัดนี้ได้เวลาแล้ว ผมขอกล่าวเปิดงานอรมในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านได้รับความรู้อย่างเต็มเปี่ยมจากท่านวิทยากร และขอให้การจัดอบรมในครั้งนี้ ราบรื่น สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งใจไว้ ครับ”

 

สำหรับการบรรยายช่วงที่ 1 นายปรีดา ลิ้มนนทกุล ได้บรรยายถึงความรู้พื้นฐานความพิการของคนพิการ “รู้เขารู้เรา เข้าใจคนพิการ” และข้อมูลสถานการณ์คนพิการในประเทศไทย ในช่วงท้ายได้แทรกความรู้ให้ผู้เข้าอบรมแยกแยะความพิการที่มีความจำเป็นต้องนั่งรถเข็น ว่ามีกี่ประเภท พร้อมเฉลยภาพคำถามแรก แล้วเฉลยตอบคำตอบ เพื่อเน้นย้ำถึงความพิการที่ไม่ควรรับเข้าทำงาน จากนั้นพักเบรกทานอาหารว่าง จึงเข้าสู่ช่วงที่ 2 ซึ่งเป็นการเสวนา

 




















การเสวนาหัวข้อ “ไฮไลท์กฎหมายการจ้างงานคนพิการ” นั้น วิทยากรทั้ง 3 ท่าน ได้ร่วมกันให้ข้อมูลสำคัญของการจ้างงานคนพิการ สัดส่วนการจ้างงาน (มาตรา 33) การสมทบเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (มาตรา 34) และการส่งเสริมอาชีพอิสระให้ครอบครัวคนพิการ (คนพิการ/ ผู้ดูแลคนพิการ) ตามมาตรา 35 รวมทั้งยังได้แจ้งจำนวนเงินที่สะสมในกองทุนฯ ที่น่าสนใจอย่างมาก และจะทำให้ทางมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการสามารถนำไปขับเคลื่อนช่วยเหลือครอบครัวคนพิการ ให้ได้มีอาชีพที่ยั่งยืน พร้อมๆ กับการต้านทุจริตคอรัปชั่นไปด้วยในคราวเดียวกัน จบการเสวนา ช่วงที่ 2 ทุกท่านร่วมกันทานอาหารกลางวัน บุฟเฟ่ต์นานาชาติ (ชั้น G)

 





































การบรรยายช่วงบ่าย ซึ่งเป็นช่วงที่ 3 นั้น บรรยายยาวจนจบสาระที่ได้เตรียมไว้ถึง 15.00 น. เพื่อให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ได้กลับก่อนเนื่องจากเป็นวันศุกร์ การจราจรจะหนาแน่นมาก และมีการบรรยายช่วงที่ 4 ให้กับกลุ่มจิตอาสา ถึงเวลา 16.00 น. เนื่องจาก ทางมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ และบริษัท เวิร์คเอเบิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้มีการวางโครงสร้างของ “จิตอาสาและ ผู้จัดการส่วนตำบล” ซึ่งจะมีหน้าที่ทับซ้อนกัน แต่มีรายละเอียดในการทำงานที่ต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกัน ที่จะบรรลุในการขจัดความยากจนให้กับครอบครัวคนพิการในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงการเข้าถึงสิทธิต่างๆ ตามกฎหมาย โดยไม่มีการทุจริตสิทธิของคนพิการ หากเปรียบเทียบกับส่วนราชการ ก็จะเทียบได้กับ อสม. หรือ อพม. ของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวง พม.




































 เครดิตภาพ:

  1. นางสาวชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล
  2. นางสาวชณธร ลิ้มนนทกุล
  3. นางสาวจินตนา ดีที
  4. นางสาวพิชชานันท์ ภูแป้ง
  5. นายทวีพร อนุตรพงษ์สกุล
  6. นางสาวธัญญลักษณ์ รอดประเสริฐ